มาตรวัดทัศนคติของออสกูด (Osgood Scale, 1957)
มาตรวัดทัศนคติของออสกูดมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “มาตรวัดโดยอาศัยการจำแนกความหมายของคำ (Semantic Differential Scale)”
วิธีสร้าง
การสร้างคำถามในมาตรานี้ อาศัยคำต่าง ๆ เป็นตัวเร้า (stimulus words) ประกอบกับมโนทัศน์ (concepts) ต่าง ๆ โดยในแต่ละข้อคำถามจะมีคำคุณศัพท์ที่มีความหมายตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ (bipolar) กำกับอยู่ที่ปลายทั้งสองข้างของมาตรา ซึ่งกำหนดไว้ 7 ระดับ เช่น
“การเรียนวิชาเอกสาขาจิตวิทยาสังคม”
ยาก : : : : : : : : ง่าย
มีประโยชน์ : : : : : : : : ไร้ประโยชน์
มาตรการวัดนี้วัดได้ทั้งด้าน คุณภาพ และ ปริมาณ รวมทั้ง ทิศทาง และ ความเข้ม ของปฏิกิริยา
ทางด้านทิศทาง คือ ไปทางดีหรือเลว
ความเข้ม คือ มีลักษณะนั้น มาก-น้อยเพียงใด
ลักษณะของการใช้คำคุณศัพท์อาจจำแนกได้เป็น 3 มิติ คือ
1.มิติด้านการประเมินค่า (Evaluation) เช่น ดี-เลว
2.มิติด้านศักยภาพ (Potency) เช่น แข็งแรง-อ่อนแอ
3.มิติด้านกิจกรรม (Activity) เช่น ว่องไว-เชื่องช้า
การใช้มาตรวัดโดยอาศัยการจำแนกความหมายของคำ
การนำมาตรชนิดนี้ไปใช้เพื่อวัดทัศนคติของกลุ่มที่ต้องการศึกษา อาจทำได้ 3 แบบ คือ
แบบที่ 1 ใช้คำคุณศัพท์หลาย ๆ คู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
แบบที่ 2 ใช้คำคุณศัพท์เพียงหนึ่งคู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
แบบที่ 3 ใช้คำคุณศัพท์เพียงหนึ่งคู่ต่อหลายมโนทัศน์
(หมายเหตุ คำว่า “มโนทัศน์ (concept)” ในที่นี้อาจเขียนเป็นคำหรือวลี หรืออาจเขียนเป็นประโยคยาว ๆ ก็ได้ แต่ควรให้มีความชัดเจนพอที่ผู้ตอบจะประเมินคำตอบได้
แบบที่ 1 : ใช้คำคุณศัพท์หลาย ๆ คู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
ตัวอย่าง
ท่านมีความคิดอย่างไรต่อ “ชาวนา”
ยากจน : : : : : : : : ร่ำรวย
ฉลาด : : : : : : : : โง่
แข็งแรง : : : : : : : : อ่อนแอ
ใจดี : : : : : : : : ใจร้าย
(หมายเหตุ อาจใช้คำคุณศัพท์ทั้งหมดในชุดนี้กับมโนทัศน์อื่น ๆ ได้)
แบบที่ 2 : ใช้คำคุณศัพท์เพียงหนึ่งคู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
ตัวอย่าง
ท่านมีความรู้สึกอย่างไรต่อ “การคุมกำเนิด”
ปลอดภัย : : : : : : : : อันตราย
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อ “ร้านอาหารในมหาวิทยาลัย”
สะอาด : : : : : : : : สกปรก
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อ “เด็กวัยรุ่นในปัจจุบัน”
ฉลาด : : : : : : : : โง่
มาตรวัดทัศนคติของออสกูดมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “มาตรวัดโดยอาศัยการจำแนกความหมายของคำ (Semantic Differential Scale)”
วิธีสร้าง
การสร้างคำถามในมาตรานี้ อาศัยคำต่าง ๆ เป็นตัวเร้า (stimulus words) ประกอบกับมโนทัศน์ (concepts) ต่าง ๆ โดยในแต่ละข้อคำถามจะมีคำคุณศัพท์ที่มีความหมายตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ (bipolar) กำกับอยู่ที่ปลายทั้งสองข้างของมาตรา ซึ่งกำหนดไว้ 7 ระดับ เช่น
“การเรียนวิชาเอกสาขาจิตวิทยาสังคม”
ยาก : : : : : : : : ง่าย
มีประโยชน์ : : : : : : : : ไร้ประโยชน์
มาตรการวัดนี้วัดได้ทั้งด้าน คุณภาพ และ ปริมาณ รวมทั้ง ทิศทาง และ ความเข้ม ของปฏิกิริยา
ทางด้านทิศทาง คือ ไปทางดีหรือเลว
ความเข้ม คือ มีลักษณะนั้น มาก-น้อยเพียงใด
ลักษณะของการใช้คำคุณศัพท์อาจจำแนกได้เป็น 3 มิติ คือ
1.มิติด้านการประเมินค่า (Evaluation) เช่น ดี-เลว
2.มิติด้านศักยภาพ (Potency) เช่น แข็งแรง-อ่อนแอ
3.มิติด้านกิจกรรม (Activity) เช่น ว่องไว-เชื่องช้า
การใช้มาตรวัดโดยอาศัยการจำแนกความหมายของคำ
การนำมาตรชนิดนี้ไปใช้เพื่อวัดทัศนคติของกลุ่มที่ต้องการศึกษา อาจทำได้ 3 แบบ คือ
แบบที่ 1 ใช้คำคุณศัพท์หลาย ๆ คู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
แบบที่ 2 ใช้คำคุณศัพท์เพียงหนึ่งคู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
แบบที่ 3 ใช้คำคุณศัพท์เพียงหนึ่งคู่ต่อหลายมโนทัศน์
(หมายเหตุ คำว่า “มโนทัศน์ (concept)” ในที่นี้อาจเขียนเป็นคำหรือวลี หรืออาจเขียนเป็นประโยคยาว ๆ ก็ได้ แต่ควรให้มีความชัดเจนพอที่ผู้ตอบจะประเมินคำตอบได้
แบบที่ 1 : ใช้คำคุณศัพท์หลาย ๆ คู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
ตัวอย่าง
ท่านมีความคิดอย่างไรต่อ “ชาวนา”
ยากจน : : : : : : : : ร่ำรวย
ฉลาด : : : : : : : : โง่
แข็งแรง : : : : : : : : อ่อนแอ
ใจดี : : : : : : : : ใจร้าย
(หมายเหตุ อาจใช้คำคุณศัพท์ทั้งหมดในชุดนี้กับมโนทัศน์อื่น ๆ ได้)
แบบที่ 2 : ใช้คำคุณศัพท์เพียงหนึ่งคู่ต่อหนึ่งมโนทัศน์
ตัวอย่าง
ท่านมีความรู้สึกอย่างไรต่อ “การคุมกำเนิด”
ปลอดภัย : : : : : : : : อันตราย
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อ “ร้านอาหารในมหาวิทยาลัย”
สะอาด : : : : : : : : สกปรก
ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อ “เด็กวัยรุ่นในปัจจุบัน”
ฉลาด : : : : : : : : โง่
แบบที่ 3 : ใช้คำคุณศัพท์เพียงหนึ่งคู่ต่อหลายมโนทัศน์
ตัวอย่าง
ท่านมีความคิดเห็นอย่างต่อบุคคลต่อไปนี้ ยากจนหรือร่ำรวยเพียงใด
1.ครู ยากจน : : : : : : : : ร่ำรวย
2.นิสิตนักศึกษา :: : : : : : : : : : : :
ตัวอย่าง
ท่านมีความคิดเห็นอย่างต่อบุคคลต่อไปนี้ ยากจนหรือร่ำรวยเพียงใด
1.ครู ยากจน : : : : : : : : ร่ำรวย
2.นิสิตนักศึกษา :: : : : : : : : : : : :
3.ทหาร :: : : : : : : : : : : :
4.พ่อค้า : : : : : : : : : : : :
5.ชาวนา :: : : : : : : : : : : :
จากแบบวัดทั้ง 3 แบบนี้ แบบที่ 1 เป็นแบบที่ดีที่สุด เนื่องจากในแต่ละมโนทัศสามารถวัดทัศนคติได้ในหลาย ๆ ด้าน เมื่อสรุปรวมเป็นค่าเฉลี่ยออกมาย่อมมีความหมายกว่าการวัดเพียงด้านเดียว